Category Archives: อำเภอชะอำ

อำเภอชะอำ

อำเภอชะอำ เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด ซึ่งมีหาดทรายขาว ยาว และยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งเป็นรายได้ให้กับด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ธุรกิจการโรงแรม ธุรกิจการค้าของที่ระลึก ร้านอาหาร การประมง เป็นต้น นอกจากนี้ชะอำยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยและชาวต่างประเทศในระดับต้น ๆ ของประเทศไทย

ที่ตั้งและอาณาเขต

[แก้]

อำเภอชะอำตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้อิอิ

ประวัติ

[แก้]

อำเภอชะอำตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2444 ที่บ้านนายาง หมู่ที่ 3 ตำบลนายาง เดิมใช้ชื่อว่า อำเภอนายาง ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2457 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอนายางไปตั้งที่บ้านหนองจอกและเปลี่ยนชื่อเป็นเป็น อำเภอหนองจอก (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอท่ายาง) จนกระทั่งหลังสงครามมหาเอเชียบูรพา กระทรวงมหาดไทยได้ย้ายที่ว่าการอำเภอหนองจอกมาตั้งที่บ้านชะอำ ตำบลชะอำ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2487[1]เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สะดวกแก่การปกครองและภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอชะอำ[2]ในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2487

  • วันที่ 5 พฤษภาคม 2444 แบ่งเขตแขวงเมืองเพชรบุรีออกเป็น 6 อำเภอ จัดตั้งอำเภอนายาง และตั้งที่ว่าการอำเภอที่บ้านนายาง[3]
  • วันที่ 29 เมษายน 2460 เปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอนายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็น อำเภอหนองจอก[4]
  • วันที่ 8 มิถุนายน 2464 มีพระราชองการขนานนามที่หลวงใน ตำบลบางกราที่จัดสร้างขึ้นใหม่ว่า มฤคทายวัน [5]
  • วันที่ 1 เมษายน 2480 เปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดเพชรบุรี กับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยโอนพื้นที่หมู่ 7 ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอหนองจอก จังหวัดเพชรบุรี ไปขึ้นกับตำบลหัวหิน กิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์[6]
  • วันที่ 1 ตุลาคม 2480 ยกฐานะตำบลชะอำ และตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอหนองจอก จังหวัดเพ็ชร์บุรี เป็นเทศบาลตำบลชะอำ[7]
  • วันที่ 2 กันยายน 2484 โอนพื้นที่ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอหนองจอก ไปขึ้นกับอำเภอเมืองเพชรบุรี และโอนพื้นที่หมู่ 1 (ในขณะนั้น) ของตำบลหนองขนาน อำเภอหนองจอก ไปขึ้นกับตำบลหนองพลับ อำเภอเมืองเพชรบุรี[8]
  • วันที่ 26 ธันวาคม 2487 เปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอหนองจอก จังหวัดเพชรบุรี เป็น อำเภอชะอำ[2]
  • วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2490 เปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่อำเภอชะอำ (1,2,3,4,5,6)[9]
    • (1) โอนพื้นที่หมู่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12,13 (ในขณะนั้น) ของตำบลหนองจอก อำเภอชะอำ ไปขึ้นกับอำเภอท่ายาง
    • (2) โอนพื้นที่หมู่ 15 (ในขณะนั้น) ของตำบลหนองจอก อำเภอชะอำ ไปขึ้นกับตำบลบางเก่า
    • (3) โอนพื้นที่ตำบลหนองขนาน อำเภอชะอำ ไปขึ้นกับ อำเภอเมืองเพชรบุรี
    • (4) โอนพื้นที่หมู่ 12,15 (ในขณะนั้น) ของตำบลไร่มะขาม อำเภอชะอำ ไปตั้งเป็นหมู่ 22,34 ของตำบลหนองขนาน
    • (5) โอนพื้นที่ตำบลมาบปลาเค้า อำเภอชะอำ ไปขึ้นกับ อำเภอท่ายาง
    • (6) โอนพื้นที่ตำบลไร่มะขาม (ยกเว้นพื้นที่หมู่ 12,15) อำเภอชะอำ ไปขึ้นกับอำเภอบ้านลาด
  • วันที่ 10 มิถุนายน 2490 ตั้งตำบลหนองกระเจ็ด แยกออกจากตำบลไร่มะขาม ตั้งตำบลดอนยาง แยกออกจากตำบลหนองขนาน[10]
  • วันที่ 9 กรกฎาคม 2511 ตั้งตำบลเขาใหญ่ แยกออกจากตำบลนายาง[11]
  • วันที่ 8 ตุลาคม 2511 จัดตั้งสุขาภิบาลนายาง ในท้องที่ทั้งหมดของตำบลนายาง และตำบลเขาใหญ่[12]
  • วันที่ 7 ตุลาคม 2512 จัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องที่อำเภอชะอำ และอำเภอท่ายาง[13]
  • วันที่ 10 สิงหาคม 2519 ตั้งตำบลหนองศาลา แยกออกจากตำบลบางเก่า[14]
  • วันที่ 2 สิงหาคม 2526 ตั้งตำบลไร่ใหม่พัฒนา แยกออกจากตำบลห้วยทรายเหนือ[15]
  • วันที่ 11 กันยายน 2527 ตั้งตำบลสามพระยา แยกออกจากตำบลห้วยทรายเหนือ[16]
  • วันที่ 30 มิถุนายน 2530 ตั้งตำบลดอนขุนห้วย แยกออกจากตำบลเขาใหญ่[17] และรับพื้นที่สุขาภิบาลนายาง ในท้องที่ทั้งหมดของตำบลดอนขุนห้วย
  • วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลนายาง เป็นเทศบาลตำบลนายาง
  • วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2547 ยกฐานะจากเทศบาลตำบลชะอำ เป็นเทศบาลเมืองชะอำ[18]
  • วันที่ 11 ตุลาคม 2550 เปลี่ยนชื่อหมู่ที่ 1 บ้านวังยาว ตำบลดอนขุนห้วย เป็นชื่อ บ้านสระพระพัฒนา[19] เนื่องจากชื่อหมู่บ้านซ้ำกันสองหมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านวังยาว และหมู่ที่ 7 บ้านวังยาว ตำบลดอนขุนห้วย ทำให้เกิดความสับสนในการประสานงาน และติดต่อราชการ

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค

[แก้]

อำเภอชะอำแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 9 ตำบล 67 หมู่บ้าน ได้แก่

ลำดับ อักษรไทย อักษรโรมัน จำนวนประชากร
(ธันวาคม 2565)[20]
1. ชะอำ Cha-am
41,328
2. บางเก่า Bang Kao
3,758
3. นายาง Na Yang
3,773
4. เขาใหญ่ Khao Yai
10,013
5. หนองศาลา Nong Sala
2,511
6. ห้วยทรายเหนือ Huai Sai Nuea
4,314
7. ไร่ใหม่พัฒนา Rai Mai Phatthana
5,996
8. สามพระยา Sam Phraya
5,368
9. ดอนขุนห้วย Don Khun Huai
5,190

การปกครองส่วนท้องถิ่น

[แก้]

ท้องที่อำเภอชะอำประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองชะอำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชะอำทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลนายาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนายาง ตำบลเขาใหญ่ และตำบลดอนขุนห้วยทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลบางเก่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางเก่าทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองศาลา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองศาลาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทรายเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยทรายเหนือทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใหม่พัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไร่ใหม่พัฒนาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสามพระยา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสามพระยาทั้งตำบล

เศรษฐกิจ

[แก้]

หาดชะอำ

ธุรกิจเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าบทบาททางด้านการบริการ โดยเฉพาะการค้า การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมจะมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวมของจังหวัดเพชรบุรี อำเภอชะอำจึงเป็นเมืองที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทำให้มีนักธุรกิจมาลงทุนหลายพันล้าน ส่วนการท่องเที่ยวอำเภอชะอำเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุดจึงทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตมากขึ้น

จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของนักท่องเที่ยว ทำให้บริการด้านการท่องเที่ยวรวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของจังหวัดเพชรบุรีพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ถนน ไฟฟ้า ร้านขายอาหาร ที่พักแรม ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างที่พักตากอากาศ การขายอาหาร ตลอดจนการบริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องธุรกิจท่องเที่ยว มีส่วนชักนำให้เกิดการบุกรุก จนทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชากรด้วย

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

[แก้]

ในอำเภอชะอำยังมีโครงการที่เกี่ยวกับพระราชดำริในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงได้พระราชทานแนวทางการแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน ซึ่งมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดังนี้

  1. โครงการพระราชประสงค์หุบกะพง เป็นโครงการเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินทำกินเกษตรกรผู้ยากจนในรูปแบบของหมู่บ้านสหกรณ์ จะเน้นในด้านเกษตรและกิจกรรมสหกรณ์
  2. ศูนย์สาธิตสหกรณ์ดอนขุนห้วย ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากโครงการหุบกะพงมุ่งเน้นการจัดหาที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรที่ยากจน
  3. ศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยทราย เป็นพื้นที่เขตอับฝน เนื่องมาจากป่าไม้ถูกทำลาย ดินขาดการบำรุงรักษาทำให้เกิดการพังทลายค่อนข้างสูง และราษฎรส่วนใหญ่ปลูกไร่สับปะรด โดยใช้สารเคมีมากทำให้คุณภาพของดินต่ำลงด้วย พระองค์มีพระราชดำรัสว่า หากปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด จึงให้แนวทางการแก้ไขให้เป็นศูนย์การพัฒนาด้านการเกษตรควบคู่ไปกับการปลูกป่า และช่วยส่งเสริมราษฎรสร้างรายได้จากการสร้างผลิตผลจากป่าไม้กับปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ในรูปแบบของเกษตรผสมผสานควบคู่กันไป

จะเห็นได้ว่า ศูนย์การพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ คือมีทั้งการศึกษาการทดลองและสาธิต เพื่อให้เห็นผลทุกด้าน ดังนั้นราษฎรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้อย่างแท้จริง จึงนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตและเป็นการเพิ่มรายได้อีกต่อไป

สถานที่ท่องเที่ยว

[แก้]

ชะอำ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันในจังหวัดเพชรบุรี เป็นชายหาดติดทะเลฝั่งอ่าวไทย แต่เดิม ชะอำ เป็นเพียงตำบลหนึ่ง ขึ้นอยู่กับอำเภอหนองจอก แต่ภายหลังที่หัวหินมีชื่อเสียง ที่ดินแถบชายทะเลถูกจับจองหมด พวกเจ้านายชั้นผู้ใหญ่สมัยนั้น จึงพยายามหาสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ โดยการนำของ สมเด็จกรมพระยานราธิปประพันธ์พงศ์ และได้พบว่า หาดชะอำ เป็นชายหาดที่สวยงามไม่แพ้หัวหิน ชะอำ จึงเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นมา ชะอำ ได้รับการพัฒนาเจริญเติบโตขึ้น และได้ย้ายที่ว่าการอำเภอหนองจอก มาตั้งที่ตำบลชะอำ และเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอชะอำ

หาดชะอำ

[แก้]

พระปิดทวาร

อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี 41 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าชายหาด ระยะทาง 2 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยงาม และมีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี เดิมชะอำเป็นเพียงตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอหนองจอก เป็นชายหาดที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากตั้งแต่สมัยโบราณ ตามประวัติเล่ากันว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยเสด็จมาที่นี่พร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงพอพระราชหฤทัยในความงามของหาดแห่งนี้มาก ทรงประทับแรมอยู่หลายวัน จนกระทั่งชาวบ้านเรียกหาดนี้ว่า หาดเจ้าสำราญ มาจนปัจจุบัน

บริเวณวัดเนรัญชราราม ใกล้กับหาดชะอำเหนือ มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ชื่อว่า พระควัมปติ หรือพระปิดทวาร ที่สร้างขึ้นตามหลักพุทธปรัชญาเพื่อชี้ให้เห็นถึงการตัดกิเลสด้วยวิธีการปิดช่องทางเข้าของกิเลสทั้งหลาย

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

[แก้]

ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 216 เลยหาดชะอำมา 8 กิโลเมตร เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2466 ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ค่าเข้าชม ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท

Call Now Button